เลิกเข้าใจผิด! เงิน 3.7 แสนล้านดอลลาร์ของปู่ Warren Buffett ไม่ใช่แค่ "เงินสด" อย่างที่คุณคิด
29 เมษายน 2026
หลายคนเมื่อได้ยินว่า Berkshire Hathaway บริษัทของปู่ Warren Buffett ถือเงินสดมากที่สุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3.73 แสนล้านดอลลาร์ มักจะนึกภาพเง ินกองโตที่วางนิ่งๆอยู่ในธนาคารโดยไม่ได้ดอกเบี้ย หรือได้น้อยมาก
แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้นเลย! ในรายงานประจำปี 2025 ของ Berkshire Hathaway รายการที่คนมักเรียกรวมๆ ว่า "Cash" จริงๆ แล้วมันถูกจัดอยู่ในหมวด "Cash and Cash Equivalents" (เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด) ซึ่งถ้าไปดูไส้ในส่วนใหญ่จะไม่ใช่เงินสด แต่ส่วนใหญ่คือ Treasury Bills (T-Bills)
เงินสดและเงินฝาก ≈ 47.7 พันล้านดอลลาร์
ส่วนเงินลงทุนใน U.S. Treasury Bills (T-Bills) ≈ 321.4 พันล้านดอลลาร์
รวมทั้งสิ้น ≈ 373 พันล้านดอลลาร์ (ตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นปี 2025)
T-Bills คืออะไร
T-Bills คือ ตั๋วเงินคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยรัฐบาลสหรัฐฯ มีอายุตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึง 52 สัปดาห์
จุดเด่นของ T-Bills
- ปลอดภัยที่สุดในโลก เพราะค้ำประกันโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ความเสี่ยงผิดนัดชำระแทบจะเป็นศูนย์
- ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดอกเบี้ย Fed Funds Rate ซึ่งในปี 2024-2025 อยู่ที่ระดับ 4-5% ต่อปี
- สภาพคล่องสูงมาก ขายเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายในว ันเดียว ด้วยความที่สภาพคล่องขนาดนี้ มันเลยถูกจัดอยู่ในหมวด Cash and Cash Equivalents
T-Bills จึงไม่ใช่ "เงินสด" ในความหมายของเงินที่นอนเฉยๆ แต่เป็น เงินสดที่ทำงาน ได้ผลตอบแทนตลอดเวลา
ทำไม Warren Buffett ถึงเลือก T-Bills
1. เพราะดอกเบี้ยสูงเกินกว่าจะเสียโอกาส
ตอนที่ Fed ขึ้นดอกเบี้ยแรงในปี 2022-2023 จนทำให้ T-Bills ให้ผลตอบแทนกว่า 5% ต่อปี Buffett เคยพูดในการประชุมผู้ถือหุ้นว่า
"เราไม่รู้สึกแย่ที่ถือ T-Bills เลย ที่ผลตอบแทน 5% มันเป็นทางเลือกที่ดี"
หมายความว่า ถ้ายังไม่เจอหุ้นที่น่าสนใจพอที่จะซื้อ การพักเงิ นใน T-Bills ที่ได้ 5% ต่อปี ก็ไม่ใช่การเสียโอกาส เพราะได้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลโดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง
2. เพราะรอ "โอกาสครั้งใหญ่"
หลักคิดของปู่ Buffett คือ Margin of Safety ซื้อหุ้นเฉพาะเมื่อราคาต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
ถ้าปู่ยังมองว่าตลาดยังแพง และไม่เจอหุ้นที่น่าลงทุน เขาจะ "อดทนรอ" จนกว่าจะเจอโอกาสที่น่าสนใจจริงๆถึงจะซื้อ
T-Bills ทำหน้าที่เป็น "กระสุนสำรอง" ที่พร้อมยิงทันทีเมื่อโอกาสมา
3. ข้อจำกัดจาก "ขนาด" ที่ใหญ่เกินไป
ปัญหาของ Berkshire ไม่ใช่การหาบริษัทที่ดี แต่คือการหาบริษัทที่ดี และใหญ่พอ จะรองรับเงินมหาศาลได้
ด้วยเงินในมือกว่า 3.7 แสนล้านดอลลาร์ การจะเข้าไปสะสมหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในปริมาณที่จะส่งผลต่อพอร์ต มักจะลงเอยด้วยการไล่ราคาตัวเอง เพราะทันทีที่ ปู่เริ่มขยับ ราคาหุ้นตัวนั้นจะพุ่งสูงขึ้นทันที ทำให้ต้นทุนการลงทุนสูงเกินความจำเป็น
ส่วน T-Bills เปรียบเหมือนมหาสมุทรที่ลึกพอ เพราะรองรับเงินหลักแสนล้านดอลลาร์ได้สบาย โดยไม่กระทบราคา
บทเรียนสำหรับนักลงทุนรายย่อย
1. "เงินสด" ไม่จำเป็นต้องนอนเฉยๆ
ถ้าคุณยังไม่เจอหุ้นน่าซื้อ ให้พักเงินไว้ในที่ที่ได้ผลตอบแทน เช่น
- กองทุนตลาดเงิน ที่ลงทุนในตั๋วเงินคลัง หรือเงินฝากระยะสั้น
- พันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น
- บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง
- หรือซื้อ T-Bills แบบปู่ก็ทำได้
อย่าปล่อยเงินนอนในธนาคารเฉยๆที่ได้ดอกเบี้ยแค่ 0.25% ต่อปี
2. สภาพคล่องคือพลัง
ปู่ Buffett เคยพูดว่า "เงินสดเปรียบเสมือนออกซิเจน เวลาปกติไม่รู้สึก แต่เวลาขาดมันคือทุกอย่าง"
การมีเงินสดสำรอง ทำให้คุณไม่ต้องขายหุ้นในตอนตลาดร่วง มีเงินพร้อมซื้อหุ้นถูกๆ ในตอนวิกฤต
3. อดทนรอ "Fat pitch" ดีกว่ารีบสวิง
ใน Baseball มีคำว่า "Fat pitch" คือลูกที่ขว้างมาในจุดดีๆ ที่ตีง่าย Buffett ใช้คำนี้เปรียบกับการลงทุน — อย่ารีบสวิงทุกลูก รอลูกที่ด ีจริงๆ แล้วสวิงให้เต็มแรง
ถ้าไม่สามารถหาหุ้นที่ดีในราคาเหมาะสมได้จริงๆ อย่าฝืนไปซื้อ ให้หาที่พักเงิน แล้วอดทนรอโอกาสดีๆแทนดีกว่า
สรุป
เงิน 3.7 แสนล้านดอลลาร์ของปู่ Warren Buffett ไม่ใช่แค่เงินที่นอนเฉยๆ ไร้ดอกเบี้ย แต่ส่วนใหญ่เป็น T-Bills ที่ทำงานได้ผลตอบแทน 4-5% ต่อปี
ซึ่งสะท้อนหลักการการลงทุนของปู่ ไม่ฝืนซื้อหุ้นที่ราคาแพง มีเงินเตรียมพร้อมรอสำหรับโอกาสที่จะเข้ามา แต่ก็ไม่ปล่อยให้เงินนอนเฉยๆโดยไม่ได้ผลตอบแทนอะไร
การไม่ลงทุนในจัง หวะที่ผิด ก็เป็นการลงทุนที่ดีอย่างหนึ่ง