ROE

อัตราส่วนผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (Return on Equity: ROE) คืออัตราส่วนเทียบกันระหว่างความสามารถในการทำกำไร กับส่วนที่เป็นเจ้าของ (ส่วนผู้ถือหุ้น)

ค่านี้ควรจะมีค่ามาก ถ้ามากแปลว่ากิจการทำกำไรได้ดี ผู้ถือหุ้นก็จะมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงไปด้วย

ถ้าค่านี้มีค่าน้อย แปลว่าความสามารถในการทำกำไรของกิจการยังไม่ดี และผู้ถือหุ้นก็อาจจะได้ผลตอบแทนที่ต่ำนั่นเอง

ค่านี้คำนวณได้จาก

สูตร Return on Equity (ROE)

มาดูตัวอย่างกันว่าทำไม ROE สูงสม่ำเสมอถึงดี

บริษัท A มีทุน หรือส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ 1500 ล้านบาท ทำกำไรได้ปีละ 300 ล้านบาท ดังนั้น ROE จะเท่ากับ 20% (300 * 100 / 1500)

ถ้าบริษัทไม่ได้จ่ายปันผลเลย ปีถัดมา กำไรสะสมจะเพิ่มขึ้น 300 ล้าน ทำให้ทุนจะเพิ่มเป็น 1800 ล้านบาท ซึ่งถ้าบริษัทจะรักษา ROE ไว้ที่ 20% แปลว่าบริษัทต้องมีกำไรต่อขึ้น 20% เป็น 360 ล้านบาท

เราจะเห็นแล้วว่าการที่ ROE สูงสม่ำเสมอ แปลว่าบริษัทมีอัตราการเติบโตของกำไรที่ดี ซึ่งการที่กำไรของบริษัทเพิ่มขึ้น ผู้ถือหุ้นก็มีโอกาสได้ปันผลที่สูงขึ้น รวมถึงมีโอกาสที่คนจะเห็นค่าและดันราคาหุ้นตัวนั้นขึ้นไปนั่นเอง

เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น มาดูกราฟเทียบกันระหว่างสองบริษัท ที่มี ROE 20% กับ 10% กันทุกปี โดยที่ทั้งสองบริษัทไม่ได้จ่ายปันผลเลย และมีส่วนผู้ถือหุ้นในปีเริ่มต้นเท่ากันที่ 10 ล้านบาท

ROE เทียบกันของสองบริษัท ในระยะเวลา 10 ปี

เราจะเห็นว่าเมื่อผ่านไป 10 ปี ส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัท A ที่มี ROE 20% จะสูงกว่าบริษัท B มาก รวมถึงกำไรก็มากกว่าหลายเท่าเลย

ข้อควรระวัง

  • จากสมการเราจะเห็นแล้ว ROE คำนวณจาก กำไรสุทธิหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ซึ่งแปลว่าถ้าส่วนของผู้ถือหุ้นน้อย ROE ก็จะสูง และส่วนของผู้ถือหุ้นคำนวณได้จาก

    สินทรัพย์ - หนี้สิน = ส่วนของผู้ถือหุ้น

    เพราะฉะนั้นถ้าหนี้สินสูง ก็จะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นต่ำ และทำให้ ROE ดูสูงขึ้นได้เช่นกัน เราจึงควรดูควบคู่ไปกับ D/E Ratio ด้วย

  • กำไรสุทธิที่นำมาคิดจะรวมกำไรพิเศษไปแล้ว กำไรพิเศษคือกำไรที่ไม่ได้เกิดมาจากธุรกิจหลัก อาจจะเกิดจากการขายทรัพย์สินออกไป ซึ่งกำไรจะมีแค่ปีนั้นๆ เพราะฉะนั้นเราควรต้องเช็คด้วยว่ากำไรมาจากธุรกิจหลักหรือกำไรพิเศษ

  • ถ้าบริษัทปันผลออกมา 100% เลย และกำไรเท่าเดิม ก็จะสามารถรักษาระดับ ROE ไว้ได้เช่นกัน เราต้องดูที่งบกำไรขาดทุนเพิ่มเติมด้วย บริษัทที่ปันผล 100% อาจจะเป็นบริษัทที่ไม่ค่อยจะเติบโตแล้ว ทำให้ไม่รู้จะนำเงินไปขยายธุรกิจยังไง จึงปันผลออกมาให้หมด